|
Sat
Apr 5, 2003
วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ
เพราะเป็นวันไปเที่ยวไม่ใช่วันทำงาน แฮ่ๆ จัดกระเป๋าเสร็จตอนตี 1 เห็นจะได้
เอารูปตอนจัดกระเป๋าเสร็จมาลงซะหน่อย เนี่ยขนหนังสือเพลงไปเพียบกะจะไปตั้งวงกันที่โน่นเลยนะเนี่ย
Trip นี้ไปเที่ยวเพชรบุรีกัน ตั้งแต่ 5-7 เมษา จริงๆ แล้วหมูเตรียมการเกือบเดือน
จองรีสอร์ท จองไกด์ เที่ยวนี้เรามีสมาชิกกัน 10 คนเป็นบรรดาน้องๆที่บริษัท
ตื่นมาตอนตี
5 เห็นจะได้แล้วรีบอาบน้ำแล้วก็ให้อาหารหมาจั๋งกะโอเลี้ยง เสร็จสรรพก้อหกโมงกว่าๆ
โบกแท็กซี่มาตึกอิตัลไทยเลย เพราะนัดเจอกันที่บริษัทตอน 7:00 มาถึงไม่เจอผู้ได๋เลยห้วย
รึไอ้หมูมันหลอกให้มาเช้าๆฟ่ะ รอไปรอมาก้อโผล่มาทีละหน่อสองหน่อ จนครบ ก้อขนของไปขึ้นรถตู้ที่หมูติดต่อเช่ามา
พี่นิดเป็นคนขับรถตู้ที่เรานั่งกันไป
รถติดมากเพราะท่าทางคนจะแห่ไปไหว้เชงเม้งหรือ ไปเที่ยวเนี่ยล่ะ เต็มถนนไปหมด
อยู่ในรถเกือบ 4 ชม ไปถึงเกือบเที่ยง ซึ่งจริงๆ หมูซื้อทัวร์ไปเดินป่า แต่พวกเราไปถึงช้าเลยอดไปเดินป่า
ซึ่งพี่ที่เป็นไกด์เราบอกว่าถ้าได้ไปเดินป่าเข้าไปดูน้ำตกทอทิพย์ จะสนุกมาก
ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม เลยอดไปเดินป่าเลย
เราไปถึงที่รีสอร์ทที่เราพักประมาณเกือบๆเที่ยงเห็นจะได้
มื้อแรกที่พวกเราโซ้ยกันก้อคือข้าวกล่องผัดกระเพราหมูจุ๋มจิ๋ม ที่บอกว่าจุ๋มจิ๋มก้อเพราะว่ามันน้อยมาก
กินแล้วติดตามไรฟันหมดไม่เหลือลงท้อง วันแรกนี่พวกเราจะขึ้นไปพักแรมกันบนเขาพะเนินทุ่ง
เป็นการนอนเต้นท์โดยที่เราไม่ต้องกางเต้นท์เอง แฮ่ๆ สบายเพราะปรกติไม่เคยไปเที่ยวแบบมีไกด์เลย
หลังจากที่เรากินข้าวกล่องจุ๋มจิ๋มเสร็จ เราก็ออกเดินทางเพื่อขึ้นเขาพะเนินทุ่งกัน
นั่งรถกระบะที่พี่ไกด์เค้าจัดไว้ให้ 2 คันขับไปถึงตีนเขาก็ประมาณบ่ายสองโมงซึ่งต้องจอดรอถึงสามโมง
เพราะเค้าเปิดให้รถขึ้นเขาเป็นเวลาเพราะทางมันแคบ รถสวนกันแล้วอันตราย เราขึ้นไปถึงเขาพะเนินทุ่งตอนประมาณสี่โมงเย็น
ยิงรูปแรกเลยเห็นเต้นท์มันสวยดี (ไม่ใช่เต้นท์พวกเรานะ ของใครไม่รู้ ยืมถ่ายหน่อยก้อแร้นกัน)

นั่งพักกันซักพักพวกพี่ๆที่เป็นไกด์ก็เอาเต้นท์ของพวกเราออกมากาง
พวกเราก้อเริ่มออกสำรวจดอยทันที พี่ไกด์บอกว่ามีที่พักของพระเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยถัดไปอีกหน่อยเดินไปดูได้
เราก้อเลยรีบออกตัวไปดูทันทีกลัวพี่ไกด์จะใช้ให้ช่วยกางเต้นท์

เดินไปที่เรือนประทับของพระเทพใช้เวลาเพียงสิบนาทีจากที่ที่เรากางเต้นกัน
ที่ประทับของพระเทพเป็นบ้านหลังเล็กๆอยู่บนยอดเขา อากาศดีมาก ดูธรรมดามากๆ
ไม่ได้หรูหราอะไรเต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติ พวกเรานั่งพักที่นั่นประมาณ 20
นาทีก้อเดินกลับ ประจวบเหมาะกับที่พี่เค้าก้อกางเต้นท์ให้พวกเราเสร็จพอดี
เต้นท์เราก้อเป็นแบบที่เห็นนี่ล่ะครับใหญ่โตโอ่โถง
แล้วนี่ก้อเป็นหน้าตาของพวกกะเหรี่ยง เอ้ยไม่ใช่ พวกผู้ร่วมชะตากรรมมาเที่ยวทริปนี้ด้วยกันต่างหาก
จากนั้นพวกเราก้อทะยอยกันอาบน้ำแล้วเตรียมกินข้าวเย็นกัน ข้าวเย็นมื้อนี้ก้ออีกนั่นล่ะ
พี่ไกด์เป็นคนหุงหาอาหารมาปรนเปรอพวกเรา พี่เค้าทำไก่ผัดกระเพรา ไข่เจียว
ผัดผักรวมมิตร ขอบอกตรงๆว่ากินยังไม่อิ่มเลย แง มันก้อหมดแล้วพี่เค้าทำน้อยหรือว่าไอ้ตี้มันกินเยอะก้อไม่รู้
ไอ้น้องตี้นี่มีฉายาที่นี่ว่าเป็นไอ้เด็กดอย คือเหมือนพวกเพิ่งจะลงดอยมา
กินโคตะระเก่งเลย แฮ่ๆ กินเก่งไม่พอกินเร็วอีกต่างหาก ถ้าใครเคยไปกินข้าวร่วมโต๊ะอาหารกะน้องผู้นี้จะรู้สึกเหนื่อยๆขึ้นมาตะหงิดๆ
เพราะเวลากินจะดูรีบๆ กัวกินไม่ทันเด็กดอยคนนี้
ทางซ้ายก็เป็นบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ
ตอนพระอาทิตย์จะลับฟ้า ตรงหน้าเต้นท์ของพวกเราครับ วันแรกนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรให้ทำสักเท่าไร
เพราะไม่ได้ไปเดินป่าแล้วเค้าก็ไม่อนุญาติให้เราเอากีตาร์ขึ้นมาเล่นบนนี้
ก็เลยนอนกันตั้งแต่หัวค่ำ มีข่าวลือมาบอกตอนเช้าวันรุ่งขึ้นว่าผมนอนกรน แฮ่ๆๆ
คร่อกๆๆ ข่าวลืออ่ะป่าววว
วันที่สอง
(NEXT)
|